ข้อควรรู้เกี่ยวกับการเปิดแผยข้อมูลการทำประกันชีวิตและสุขภาพ
ตอน “เจ็บนี้อีกนาน”
วันนี้ มีเรื่องอยากเล่าสู่กันฟังนะคะ คือเรื่องของเรื่องมีอยู่ว่า....
- กรณีลูกค้าปกปิดข้อมูลเรื่องสุขภาพ คือ เป็นโรคใดโรคหนึ่งมาก่อนการทำประกันชีวิตและสุขภาพ และไม่ได้แถลง ต่อมา มีการเคลมเกิดขึ้น แล้วบริษัทฯ สืบทราบว่าลูกค้าเคยเป็นโรคนั้นมาก่อนการทำประกัน ภายใน 2 ปี บริษัท ฯ จะปฏิเสธการจ่ายสินไหมทดแทน และ จะคืนเบี้ยประกัน หลังหักค่าใช้จ่าย หรือ ค่าดำเนินการ หรือ ถ้ามีการเคลมก่อนหน้านี้ แล้วคืนเบี้ยประกันส่วนต่างให้ทั้งหมด และยกเลิกสัญญาถือว่าสิ้นสุดสภาพของกรมธรรม์ฉบับนั้น ๆ โดยสมบูรณ์
- แต่ถ้าลูกค้าปกปิด และ กรมธรรม์ส่งเบี้ยมาเกินกว่า 2 ปี แล้ว บริษัท ฯ มีสิทธิ์ที่จะปฏิเสธการจ่ายสินไหม เฉพาะโรคนั้น ๆ ที่เป็นมาก่อนการทำประกันชีวิต แต่ไม่ยกเลิกกรมธรรม์ ถือว่ากรมธรรม์ยังมีสิทธิ์ในการเคลมโรคอื่น ๆ ได้อีก ที่ไม่ใช่โรคที่เป็นมาก่อนการทำประกันชีวิต
เป็นข้อมูลที่ได้มาจากฝ่ายเคลมของบริษัทฯ
มาเล่าสู่กันฟังค่ะ เพื่อประโยชน์ของลูกค้า และตัวแทนค่ะ..
คือก่อนหน้านี้ ผู้เขียนมีเคสตัวอย่างลูกค้ารายหนึ่งที่ไม่ได้แถลงเรื่องสุขภาพ
ต่อมาลูกค้าเคลมโรคนี้ แล้วส่งเบี้ยมาแล้ว 4 ปี ก็สอบถามตัวแทนว่าจะเคลมได้หรือไม่
ทางตัวแทนเอง ด้วยความเข้าใจผิดมาตลอดว่า ถ้ากรมธรรม์ส่งเบี้ยเกินกว่า 2 ปี แล้ว ถึงแม้ปกปิด
บริษัท ฯ ก็ต้องจ่ายสินค่าสินไหมค่ะ แต่ผลออกมาบริษัท ฯ ปฏิเสธค่ะ (ตามกฏเกณฑ์ 2 ข้อ
ข้างต้นค่ะ)
แต่ด้วยความผิดของเราเอง และเพื่อเป็นการแสดงความรับผิดชอบตัวแทนเลยต้องจ่ายค่าสินไหมให้ลูกค้า
ด้วยเงินของตัวเองค่ะ..เคสนี้เลยเป็นเคสที่..จำไปจนวันตายเลยค่ะ..
และที่สำคัญช่วงนั้น เป็นช่วงวิกฤตของชีวิตเลยค่ะ
..คือ บ้านโดนน้ำท่วม รถก็ต้องซ่อม จ่ายค่าหมอเกี่ยวกับเรื่องสุขภาพของตัวเอง และ
ยังต้องจ่ายค่าสินไหมทดแทนให้ลูกค้าเบี้ยเกือบ 6 หลัก !!!
วันนั้น..รู้สึกว่า ทำไมชีวิตโหดร้ายจัง ! ..นั่งลง..
ปาดน้ำตา..แล้วบอกตัวเองว่า นี่เป็นประสบการณ์ชีวิตที่จะสอนให้เรา แข็งแกร่งขึ้น
เข้มแข็งขึ้น ต้องลูกขึ้นสู้..แล้วจงภูมิใจในสิ่งที่เราทำ
! ทำในสิ่งที่ถูกต้อง และ ทำหน้าที่ของเราให้สมบูรณ์
เท่าที่ตัวแทนประกันชิวิตคนหนึ่งจะทำให้ได้ค่ะ !!